Financial ServicesNewsข่าวการเงิน

ตาสว่าง! แชทสนทนายืมเงิน นำไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้

แชร์

เรื่องเงินนี่ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ คนเราเสียเพื่อน เพราะเรื่องเงินมีมานับไม่ถ้วน ซึ่งบ่อยครั้งด้วยความเห็นใจในฐานะคนรู้จักเมื่อเพื่อนได้รับความลำบากขอยืมเงิน เราจึงไม่ปฏิเสธที่จะให้ยืมอย่างไม่รีรอ แล้วยิ่งสังคมในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ขอแค่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน พูดคุยกันผ่านแชท มีแอปพลิเคชันของธนาคาร เพียงแค่บอกเลขบัญชีมาก็สามารถโอนเงินเข้ากระเป๋าสตางค์อีกฝ่ายได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม อีกคำถามหนึ่งที่ตามมา คือ เมื่อไรจะคืน? หรือจะพร้อมคืนวันไหน? หากร้ายแรงไปมากกว่านั้นถูกเชิดเงินไปเลยก็มี ทีนี้งานเข้าตัวเองเลย จะไปเรียกร้องให้คืนเงินก็อาจโดนสวนกลับมาว่า “ไหนหล่ะ หลักฐาน มีหรือเปล่า” ทีนี้เงินก็ไม่ได้ แล้วต้องมาเสียเพื่อนไปอีก

บทความนี้ เราจะมาไขข้อสงสัยกันว่า หากเราถูกยืมเงินแล้วไม่คืน จะมีวิธีการเรียกร้องค่าเสียหาย เอาผิดกับคนที่เบี้ยวเงินได้หรือไม่

โดยตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ปี 2544 เกี่ยวกับเรื่องธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่คุ้มครองเรื่องนี้เช่นกัน ซึ่งบทสนทนายืมเงินผ่านสื่อสังคมออนไลน์นี่แหละมีค่าเท่ากับการทำสัญญากู้เงิน สามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย แต่ต้องมีจำนวนเงินเกิน 2,000 บาทขึ้นไป

สำหรับหลักฐานที่ต้องเตรียม มีดังต่อไปนี้

1.หลักฐานข้อความสนทนาในการขอกู้ยืมเงินผ่านแชท หรือกล่องข้อความออนไลน์

2.หลักฐานบัญชีของผู้กู้ยืมเงิน

3.หลักฐานการโอนเงินผ่านธนาคาร หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร (หากชื่อบัญชีผู้ใช้ในสื่อสังคมออนไลน์ กับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารไม่ตรงกัน ควรให้ผู้ขอกู้ยืมเงินยืนยัน และอธิบายว่าบัญชีธนาคารเป็นของใคร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ขอกู้ยืมเงิน)

ทั้งนี้ อายุความในการฟ้องร้อง มีระยะเวลา 5 ปี ถ้าสัญญากู้มีกำหนดชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดๆ จะมีอายุความ 5 ปี และ 10 ปี โดยผู้ฟ้องต้องฟ้องภายใน 10 ปี นับตั้งแต่วันถึงกำหนดชำระเงินกู้ยืมคืน

แสดงความคิดเห็น