Please assign a menu to the primary menu location under MENU

3กลยุทธ์HighlightInterviewKnowledgeSME InsideTrend

“เดอะกอริลล่า เจล” ยาหม่องดารา ดม-ทา กู้โลก

แชร์

ถ้าพูดถึงหนึ่งในอาชีพที่สร้างรายได้อย่างมหาศาล แน่นอนว่าหลายคนต้องนึกถึงอาชีพดารา-นักแสดง แต่ยอดรายได้จำนวนมากนั้น ต้องแลกกับความไม่มั่นคง ดารา-นักแสดงหลายคนจึงเลือกที่จะต่อยอด สร้างธุรกิจเป็นของตัวเองเพื่อให้เกิดความมั่นคงในอนาคต ซึ่ง หนึ่งในนั้น คือนักแสดงมากความสามารถ อย่าง น็อต – วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จี สปีชี่ส์ จำกัด เจ้าของแบรนด์สินค้าที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า เดอะกอริลล่า เจล (The Gorilla Gel) Aroma Gel ที่ทำจากสารสกัดจากพริกที่ปลูกด้วยวิธีการแบบ Organic

Smart SME มีโอกาสได้สัมภาษณ์นักแสดงและผู้บริหารหนุ่มที่มีความสามารถรอบด้าน น็อต-วรฤทธิ์  ในอีกแง่มุมนึงผ่านบทบาทเจ้าของธุรกิจ ซึ่งทำให้เราได้รู้ถึงแนวคิดที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์สุดเฉียบคม “คิดไม่ใหญ่ แต่คิดให้สำเร็จ” วันนี้ เรามีบทสัมภาษณ์ดีๆ ของดาราอารมณ์ดีคนนี้มาฝากกัน

กำเนิด “เดอะกอริลล่า”

“….เริ่มจากผมสนใจเรื่องการทำธุรกิจอยู่แล้ว เพราะเราเชื่อว่าอาชีพนักแสดงมันไม่มั่นคง เราก็หาอะไรทำไปเรื่อยๆ สำหรับธุรกิจ  เดอะกอริลล่า เจล มันเกิดขึ้นจากผมไปทำรายการอยู่รายการหนึ่งเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เลยได้สัมภาษณ์นักวิจัยจาก สวทช. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) และ สกว. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) เป็นตอนที่พูดถึงเรื่องพริก หลายๆ คนอาจจะไม่ทราบว่าพริก มีประโยชน์มากๆ บวกกับผมมีความสนใจในเรื่องของเกษตรกรรมในบ้านเรา เพราะคุณพ่อ (คุณชลิต เฟื่องอารมย์) ท่านก็ทำในเรื่องการเกษตรปลูกผัก ทำสวนผลไม้อยู่แล้ว เลยมาคุยกันว่าเราสามารถนำพริก มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใดได้บ้าง เพราะผมมองว่าคนที่เป็นเกษตรกรส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาในเรื่องกลไกการตลาด หรือเรื่องของพ่อค้าคนกลาง จึงเป็นที่มาของการทำแบรนด์กอริลล่า เจล”

 

ทำไมต้องใช้ “พริก”

พริก ที่ขายในบ้านเราราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละไม่เกิน 100 บาท แต่คุณทราบไม๊ว่า ถ้าเราขายสารสกัดจากพริก ที่เราเรียกว่า แคปไซซิน (Capsaicin)  มูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 บาท ต่อกิโลกรัม ที่เราใช้เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ ยารักษาโรคต่างๆ สารสกัดจากพริกที่ปลูกด้วยวิธีการแบบ Organic ประโยชน์ของยาหม่อง เดอะกอริลล่า เจล ใช้สำหรับสูดดมเพิ่มความสดชื่น ลดอาการคันเนื่องจากถูกแมลงสัตว์กัดต่อย หรือนวดเพื่อความผ่อนคลาย

“….สำหรับ แคปไซซิน คือสารที่ใช้เป็นยาชาตามธรรมชาติ ที่มาจากความเผ็ดของพริก แนวคิดของผม คือจะเอาความเผ็ดร้อนของพริกมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ง่ายๆ เลยก็คือ ยาดม ยาหม่อง ยาสามัญประจำบ้านที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี เราก็เห็นช่องทางในตลาดนี้

จากนั้นก็เริ่มศึกษาไปเรื่อยๆ จนพบว่า ในตลาดยาดม-ยาหม่อง ถ้าย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท อีกทั้งคู่แข่งก็มีไม่มากส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่อยู่มานาน ก็เริ่มจับจุดว่าถ้าเราจะเข้าไปเล่นในตลาดจะเข้าไปในรูปแบบไหนให้มันโดดเด่น ซึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่น่าจะตอบโจทย์มากที่สุด เราก็วางกลุ่มนี้ให้เป็นเป้าหมายของเรา เพราะคนรุ่นใหม่ชอบใช้ยาดม แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าซื้อเพราะมันดูเชย เราก็ตีโจทย์เรื่องของดีไซน์เป็นเรื่องแรกเลย….”

มาถึงตอนนี้ เราทำแบรนด์กอริลล่า เจล เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ในช่วงแรกๆ เราออกแบบให้เป็นแพคเกจที่สไลด์ เลื่อนเปิดปิด คนชมเยอะมาดีไซน์ดี ดูทันสมัย แต่ข้อเสียคือระเหยเร็ว เราก็ปรับใหม่เป็น Flip Flop กดดม เปิด ทา ก็ถือว่าตอบโจทย์ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังติดปัญหาเรื่อง “ใช้ไม่หมด” จริงๆ แล้ววัตถุประสงค์ของการใช้คือการทา แต่คนส่วนใหญ่จะชอบดมด้วย เพราะเค้าจะชอบกลิ่น หลายคนจะพูดว่ากลิ่นมันหอม เราก็ลองเปลี่ยนใหม่เป็น “ทาอย่างเดียว” จนกลายมาเป็นแพ็คเกจจิ้งล่าสุดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

Positioning Brand

เด็กๆ และเล็กมากๆ เพราะเราเจาะกลุ่มวัยรุ่นอย่างเดียว ปีนี้ (2560) เราตั้งเป้าว่าจะเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ๆ อีก 3-4 แบบ เช่น สปอร์ตเจล สินค้าที่ใช้ทาหลังยุงกัด ยาดม (ที่ใช้ดมอย่างเดียว) ตอนนี้อยู่ระหว่างการจดทะเบียนยา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน

 

น็อต-วรฤทธิ์ กับ กอริลล่า เกี่ยวข้องกันยังไง

ตอบจริงๆ ก็คือ ไม่เกี่ยวเลย….ตอนผมทำแบรนด์นี้ขึ้นมาก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้แบรนด์อะไร แต่ตอนนั้นผมทำแบรนด์น้ำปั่น ชื่อกอริลล่า ก็เอาชื่อนี้มาแปะขาย แปะไปแปะมาคนจำได้เราก็ใช้ชื่อนี้มาตลอด

 

น็อต – วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จี สปีชี่ส์ จำกัด

ดารา มีผลกับธุรกิจอย่างไร?

“ง่ายขึ้น” เราใช้ช่องทางที่มีคนติดต่อเรา ติดตามเราอยู่แล้วโปรโมทสินค้า อันนี้ถือเป็นข้อดีของการเป็นนักแสดง เหมือนเราไปเคาะประตูหน้าบ้านใคร เค้าก็เปิดต้อนรับแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เค้าจะให้เราเสนอขายสินค้าของเราหรือไม่ ก็ต้องดูที่สินค้าขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าของเราด้วย

 

 

อุปสรรค การปั้นแบรนด์ 5 ที่ผ่านมา

“เพียบเลยจ้ะ”  อุปสรรคแรกเลยคือเรื่องเวลาที่ถือเป็นข้อเสียของการเป็นนักแสดง เวลาการทำงานในวงการบันเทิงเยอะ ทำให้เวลาที่จะไปโฟกัสที่ธุรกิจมีน้อย เรื่องที่ 2 คือเรื่องบุคลากร “คน” ที่เราจะหามาช่วยทำงานมันยาก และเรื่องที่ 3 คือเรื่องเงินทุนที่เรามีจำกัด เพราะเราตั้งใจว่าเราจะไม่กู้ธนาคารมาทำธุรกิจเพราะเราไม่รู้ว่าถ้าเราไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ หรือไปโฟกัสตลอด 24 ชั่วโมง มันจะเครียดเพราะมีข้อผูกมัด ทางที่ดีที่สุดคือเราใช้เงินลงทุน เอาเท่าที่เรามี

…..ด้วยความที่สินค้าเราเป็น Fast Moving Product คือ คนเห็นต้องซื้อเลย ทำให้เราไม่เลือกรูปแบบของการมีตัวแทนจำหน่าย หรือขายผ่านออนไลน์ มันไม่ทัน อีกอย่างหนึ่งคือ ราคา เราขายสินค้าชิ้นละ 55 บาท เพราะฉะนั้นกำไรมันไม่มาก ไม่อยากให้ตัวแทนที่รับสินค้าเราไปขายต้องเสียกำลังใจ สินค้าชิ้นนึงใช้เวลานานกว่าจะหมด เป็นเหตุผลที่เราใช้กลยุทธ์การขยายตลาด เพิ่มช่องทางจำหน่ายให้เข้าไปอยู่ใกล้ๆ ลูกค้าให้มากที่สุด ให้กว้างที่สุดดีกว่า

 

แผน “โกอินเตอร์” ของเดอะ กอริลล่า เจล

ผมจะขายในประเทศไทยเรา จนกว่าจะประสบความสำเร็จก่อนเป็นอันดับแรก ไต่ไปเรื่อยๆ เพราะโลกปัจจุบันมันแคบมาก ถ้าสินค้าเราดี เดี๋ยวเค้าจะเข้ามาหาเราเอง จีนก็สั่งไปเยอะเลย ตั้งแต่รุ่นที่เป็นแพ็คเกจจิ้งเก่า สั่งจนหมดสต็อกหลายหมื่นชิ้นเลย ผมจะทำธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ทีละน้อยแต่ประสบความสำเร็จ

 

 

เป็น “ดารา” ต้องเป็น “SMEs” ไม๊

ผมว่าขึ้นอยู่กับบุคคลนะ อย่างบางคนเค้าก็พอใจกับการเป็นนักแสดงเพียงอย่างเดียว ผมเชื่อว่าดาราทุกคนก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร

 

 

พูดถึง Smart SME นึกถึงอะไร?

สมัยนี้ก็ต้องมีคำว่าออนไลน์ เข้ามาเกี่ยวข้อง ถือเป็นอุปกรณ์หลักในการทำธุรกิจเลย แต่อยู่ที่วิธีคิดว่าคุณเป็นเอสเอ็มอี จะใช้เครื่องมือออนไลน์ให้เข้ามาช่วยส่งเสริมธุรกิจของคุณยังไงได้บ้างเท่านั้นเอง

 

 

The Gorilla Gel

แสดงความคิดเห็น