Case Study

แชร์ประสบการณ์ พี่สอนน้อง ไม่อยากทำธุรกิจเจ๊ง ต้องอ่าน

แชร์

การเริ่มต้นทำธุรกิจ ก็เหมือนการได้ก้าวเข้าสู่สนามสอบอีกสนามหนึ่ง ไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่า เมื่อเราได้ลงมือทำแล้ว ธุรกิจของเราจะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ โดยในวันนี้ทางทีมงานได้มีโอกาสพูดคุยกับ “พี่จิ๊บ จีรวรรณ เลื่อมฤทธิพงษ์ (พุทธิวุฒิกูล)” สาวสวยคนเก่งมากความสามารถที่วันนี้จะมาบอกเล่าประสบการณ์การทำธุรกิจในแบบพี่สอนน้องให้กับพวกเรากัน ถ้าไม่อยากให้ธุรกิจของคุณเจ๊ง ต้องไม่พลาดบทสัมภาษณ์นี้

เริ่มแรกเราต้องเกริ่นก่อนว่าพี่จิ๊บคนนี้ประวัติการทำงานไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เขาได้ก้าวเข้ามารับตำแหน่ง Senior Marketing Planner รับผิดชอบเกี่ยวกับแผนการตลาดในโปรเจคของธุรกิจในกลุ่มบริษัท โอสถสภา จำกัด ต่อมาได้เข้ามาทำงานในบริษัทธนายง พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด ในตำแหน่งผู้จัดการการตลาดและการขายฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และได้เข้ามาทำในบริษัท Fonepoint (ประเทศไทย) ในตำแหน่งผู้จัดการการตลาด แค่ดูประวัติการทำงานก็โชกโชนแล้ว ยังไม่พอแค่นั้นพี่จิ๊บยังทำธุรกิจด้านขนส่งโลจิสติกส์และธุรกิจเพื่อสุขภาพน้ำงาดำสกัดเย็นควบคู่ไปกับการทำงานอีกด้วย

การทำธุรกิจในยุคนี้ “ต้องรู้เขารู้เรา”

อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าธุรกิจในยุคนี้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เราจึงสอบถามทางพี่จิ๊บที่มีประสบการณ์ทั้งการเป็นนักการตลาดและเจ้าของธุรกิจ โดยพี่จิ๊บได้ให้ตอบว่า “การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องรู้เขารู้เรา เราต้องรู้จักธุรกิจของตัวเองและธุรกิจของคู่แข่งเป็นอย่างดี รู้ในที่นี่คือต้องรู้ถึงจุดแข็ง-จุดอ่อนของตัวเองและคู่แข่ง เราและคู่แข่งมีอะไรดี และ ข้อเสียของเราและของคู่แข่งคืออะไร ถ้าหากเราสามารถหาคำตอบนี้ได้ เราก็สามารถไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ

วางแผนการตลาดอย่างไรให้ “สำเร็จ” ??

การตลาดในยุคนี้ การวางแผนธุรกิจถือว่าสำคัญมาก ผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องมีไหวพริบ รอบรู้ ช่างสังเกต รู้เทรนด์สินค้าที่เรากำลังจะทำ ที่สำคัญควรวางเป้าหมายให้ชัดเจน ซึ่งพี่จิ๊บในฐานะคนทำธุรกิจก็ยังไม่หยุดที่จะปรับเรื่องธุรกิจอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญพี่จิ๊บมองว่าในยุคนี้เราไม่ควรทำธุรกิจเพียงแค่ธุรกิจเดียว เราควรมองว่ามีเทรนด์ไหนที่เราจะสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมได้อีก

นอกเหนือจากธุรกิจด้านโลจิสติกส์ที่พี่จิ๊บทำ พี่จิ๊บยังได้ทำผลิตภัณฑ์น้ำงาดำสกัดเย็นเพิ่มมาอีกธุรกิจหนึ่ง เนื่องจากตัวเขาเองมองว่าเทรนด์ในยุคนี้ที่ได้รับความนิยมคือ สุขภาพและความงาม ธุรกิจนี้จึงเป็นอีกธุรกิจที่พี่จิ๊บตัดสินใจทำ เพราะถ้าเราสามารถเทรนด์สินค้าถูก โอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จก็มีเพิ่มขึ้น

นักธุรกิจรุ่นใหม่ ควรมีอะไรอยู่ในตัว ??

การเป็น “นักธุรกิจที่ดี” ในยุคนี้ทางพี่จิ๊บมองว่า สิ่งสำคัญคือ คุณต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริตกับสิ่งที่ทำ หลายๆคนมักจะเอาเปรียบลูกค้าโดยการนำของไม่ดีมาขาย พรีเซนต์ให้สินค้าตัวเองดูดี โฆษณาเกินจริง วิธีนี้ถึงแม้จะสามารถสร้างรายได้ได้ แต่ก็ได้เพียงระยะสั้น แต่หากคุณมีความซื่อสัตย์กับอาชีพที่ตัวเองทำ ขายสินค้าที่มีคุณภาพ ไม่คดโกงลูกค้า รับรองได้ว่าธุรกิจของคุณจะสามารถอยู่ได้นานอย่างแน่นอน

“จุดบกพร่อง” ของนักธุรกิจที่ทำให้ธุรกิจไปไม่ถึงฝัน

จุดบกพร่องของนักธุรกิจส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถพาธุรกิจไปถึงฝันได้เป็นเพราะ “เราไม่รู้จักคู่แข่ง ไม่รู้ว่าตัวเองจะเดินเกมไปอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมายได้ ถ้าเราสามารถปิดช่องว่างตรงนี้ได้ เราก็สามารถไปรอดได้ เพราะทุกวันนี้นักธุรกิจไม่ค่อยทำการบ้าน คิดแค่ว่าทำอย่างนั้นจะสำเร็จ จนลืมโฟกัสที่ตัวเอง ไม่ขวยขวายหาความรู้ ไม่หาไอเดียต่อยอด ธุรกิจก็ไม่มีวันสำเร็จได้

คำแนะนำสำหรับนักธุรกิจรุ่นใหม่ จากพี่สู่น้อง

อย่างแรกสิ่งที่พี่จิ๊บอยากจะบอกนักธุรกิจรุ่นใหม่สำหรับการคิดกลยุทธ์การขายนั้น เราต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าเรามีความเชี่ยวชาญในด้านสินค้าที่เราจะทำหรือป่าว เพราะความถนัดคือความสนใจในสิ่งที่เราจะทำ บางคนทำตามกระแส จนสุดท้ายไม่ได้คำตอบว่าตัวเองต้องการอะไร

ทางพี่จิ๊บจึงอยากฝากให้นักธุรกิจที่จะก้าวเข้ามาในสนามธุรกิจหาตัวเองให้เจอ เพราะการทำธุรกิจในยุคนี้มีความเสี่ยงค่อนข้างมาก เนื่องจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง สำหรับใครที่อยากจะทำธุรกิจอยากให้มองหาอะไรใกล้ๆตัวมากกว่าอะไรที่ไกลตัว

ปิดท้ายนี้ทางพี่จิ๊บได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจมานานแค่ไหน อยากให้นักธุรกิจให้ความสำคัญกับเรื่องของการบริการให้มาก เพราะการมีจุดแข็งทางด้านการบริการจะสร้างแต้มต่อให้กับธุรกิจของเราได้ ส่งผลให้ธุรกิจของเราสามารถยืนหยัดอยู่ในสนามธุรกิจได้นานแน่นอน

แสดงความคิดเห็น