Case Study

“แหล่น ปั่นแหลก” ธุรกิจร้านน้ำ เริ่มต้นจากศูนย์ สู่การเป็นนายตัวเอง

แชร์

ธุรกิจร้านน้ำ เริ่มต้นจากศูนย์ สู่การเป็นนายตัวเอง

ถ้าพูดถึง “ธุรกิจร้านเครื่องดื่ม” คงเป็นธุรกิจที่มีผู้ให้ความสนใจอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากกำไรที่ได้ บวกกับวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก ทำให้ธุรกิจนี้มีให้เห็นกันอยู่เกลื่อนกลาด มีทั้งแบรนด์ดังๆ และแบบที่เริ่มต้นด้วยตัวเอง

“แหล่น ปั่นแหลก” ร้านน้ำร้านเล็กๆในซอยพรธิสาร คลอง 6 ถ้ามองดูรวมๆแล้วร้านน้ำแห่งนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากร้านน้ำทั่วๆไป แต่ความพิเศษอยู่ที่เจ้าของร้านที่มีชื่อว่า“เจ๊แหล่น” สาวร่างอวบอารมณ์ขันที่มักจะพูดเชื้อเชิญลูกค้าให้เข้ามาซื้อน้ำชนิดที่ว่าเป็นใครก็อดใจที่จะแวะอุดหนุนพี่แหล่นทุกครั้งไป นอกจากคารมที่ดีของคนขายแล้ว ความอร่อยก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เจ๊แหล่นมีลูกค้าที่เหนียวแน่น ไม่ว่าจะสั่งเมนูไหน เจ๊แหล่นจัดให้ ใส่วัตถุดิบแบบไม่มีหวง พูดได้เลยว่าอร่อยทุกแก้วแน่นอน

สำหรับใครที่อยากรู้แล้วว่าแนวคิดของ “เจ๊แหล่น” เป็นอย่างไรนั้น เราไปติดตามกันเลย

จุดเริ่มต้นธุรกิจ

หากพูดถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้แล้ว คงต้องย้อนกลับสมัยเมื่อเจ๊แหล่นทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ร้านน้ำ จากการเป็นคนที่ชอบทำอาหารอยู่แล้วทำให้เจ๊แหล่นพอจะมีฝีมือติดตัวอยู่บ้าง การเป็นลูกจ้างจึงทำให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้วิธีการทำเมนูเครื่องดื่มต่างๆ ใช้เวลาฝึกฝนจนชำนาญ สุดท้ายจึงตัดสินใจออกมาเปิดร้านเป็นของตัวเอง การทำอะไรๆอร่อยให้ลูกค้ากินคงจะดี ลูกคค้าคงอ้วนแน่นอน

เงินลงทุนครั้งแรก

เจ๊แหล่นได้ให้สัมภาษณ์ถึงเงินที่ใช้ลงทุนครั้งแรก ลงทุนไปทั้งหมด 25,000 บาท โดยเงินที่นำมาลงทุนนั้นได้นำไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั่น เครื่องปิ้งขนมปัง น้ำผลไม้ ผลไม้ต่างๆ รวมไปถึงท็อปปิ้งต่างๆ เรียกได้ว่าซื้อใหม่หมดทั้งร้านเลยก็ว่าได้

กลยุทธ์มัดใจลูกค้า

สำหรับการขายน้ำของเจ๊แหล่น นอกจากความอร่อยที่ถูกใส่ลงมาแล้ว ความอารมณ์ดี บวกกับการเชิญชวนเรียกลูกค้าให้เข้ามากินทำให้ลูกค้าชื่นชอบ ไม่ว่าใครจะผ่านไปมาแถวร้านก็มักจะพูดคุยแซวลูกค้าเล่นอยู่เสมอ ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อกันแบบปากต่อปาก แต่กว่าที่จะทำให้ลูกค้ามากินร้านของเราทุกวันได้ใช้ระยะเวลา 1 ปีกว่าลูกค้าจะติด

ขายอย่างไรให้ได้กำไร

เจ๊แหล่นได้เผยถึงเคล็ดลับในการทำธุรกิจร้านน้ำให้กำไร คือ การหาแหล่งวัตถุดิบที่ไม่แพงจนเกินไป ไม่บวกราคาขายมากเกินไป หาร้านที่ราคาถูกแต่คุณภาพที่ได้ไม่ต่างจากร้านที่ขายให้เราในราคาแพงๆ วิธีนี้จะช่วยให้เราเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อวัตถุดิบที่ถูกลงและทำให้เราได้กำไรเพิ่มขึ้น

วิธีการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

การเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้านั้น ทางเจ๊แหล่นได้เพิ่มท็อปปิ้งต่างๆเข้ามา คิดค้นเมนูแปลกๆเพิ่มเข้ามา แล้วเพิ่มมูลค่าเข้าไป 2-5 บาทแล้วแต่เมนู

คิดว่า “แบรนด์” มีความสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าหรือไม่?

เนื่องจากปัจจุบัน ธุรกิจด้านเครื่องดื่มมีแบรนด์เกิดขึ้นมากมาย แต่สำหรับเจ๊แหล่นแล้วทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเอง ถึงแม้ว่าเราจะสามารถซื้อแฟรนไชส์ดังๆมาขายได้ แต่เจ๊แหล่นเลือกที่จะพิสูจน์ฝีมือตัวเอง ฝีมือเท่านั้นที่จะทำให้ลูกค้าติด

กำไรที่ได้ต่อเดือน 

กำไรในการขายน้ำต่อเดือนได้ประมาณ 10,000 – 25,000 บาท เนื่องจากทำเลที่ขายนั้นอยู่แถมมหาวิทยาลัย ทำให้กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษา เมื่อถึงเวลาปิดเทอม กำไรที่ได้ก็จะลดลง แต่ถ้าขายดีมากๆก็จะได้กำไรอยู่ที่ 25,000 บาท ซึ่งกำไรที่ได้นี้หักค่าใช้จ่ายทุกอย่างหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ค่าที่ ค่าภาษี ค่าวัตถุดิบ ค่าจ้างลูกน้อง

คำแนะนำสำหรับผู้ที่อยากทำธุรกิจ

ทาง “เจ๊แหล่น” ได้ให้คำแนะนำว่า ในการทำธุรกิจเราต้องรู้จักอดทน และที่สำคัญอย่าเอาเปรียบลูกค้า การเอาเปรียบลูกค้าถือว่าไม่ยุติธรรมสำหรับลูกค้าที่มาซื้อของเรา เพราะลูกค้าทุกคนไม่ได้อยากได้กำไรในการกิน แต่อยากได้ของอร่อยๆกลับไปกิน และอย่าลืมที่จะเอาใจใส่กับสินค้าที่เราทำขึ้นมา ต้องทำให้ดีที่สุด แล้วทุกอย่างจะดีเอง

สำหรับใครยังไม่จุใจกับบทสัมภาษณ์ ไปดูคลิปสั้นกันต่อได้เลยจ้าา

แสดงความคิดเห็น