SME News

สาเหตุที่ คนไทย 88% มี บัญชีเงินฝาก ในธนาคารไม่ถึง 5 หมื่น

บัญชีเงินฝาก
แชร์

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยเงินฝากคนไทย เมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย คนไทย 88% บัญชีเงินฝาก ในธนาคาร ไม่ถึง 5 หมื่น

โดยเราได้ทำสำรวจจึงได้สาเหตุ หลักๆ ดังนี้

  • ฝากกับธนาคารให้อัตราดอกเบี้ยตำ เราเอาเงินไปลงทุน อย่างอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
  • คนหนึ่งคน กระจายไปหลายบัญชี เช่น บัญชีเงินฝาก บัญชีการศึกษา
  • รายได้พอดีกับรายจ่าย จึงยากจะเก็บเงิน
  • รายได้ที่มีเอาไปชำระหนี้เสียหมด

ที่นี้มาอ่านความคิดเห็นใน แฟนเพจ Smartsme เกียวกับเรื่องนี้บ้าง

ดอกเบี้ยธนาคารเท่าไร. ไม่แปลกที่คนไม่เก็บเงินฝากไว้ที่ธนาคาร. เค้าเอาไปลงทุน อย่างอื่นที่ได้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร หรือเปล่าค่ะ

แสดงว่าคนจน 90 เปอร์เซนต์ของประเทศนี้ ข้อมูลนี้ได้ประโยชน์นะถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ใด้รับรู้ความจริง ไม่ใช่ฟังแต่ทีมงานรายงานเท็จเอาตัวรอด ดีครับนายกระแสดีครับเศรษฐกิจก้อดีครับนาย ถ้าคนเป็นนายเปิดใจรับข้อมูลรอบด้านจะรู้ความจริงและจะได้บังคับทิศทางหางเสือได้ถูกต้อง ปชช และประเทศนี้ที่ได้ประโยชน์ไม่ใช่ลิ่วล้อที่ได้ประโยชน์จากรายงานเท็จ ให้นายเป็นตัวตลกในสายตาชาวบ้าน อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่เอกชนบอกใบ้ให้รับรู้ความจริง ตั้งใจดีแต่ได้ข้อมูลเท็จ ก้อคิดเอาเองเหมือนเล่นตลกให้ชาวบ้านดูแล้วยิ้ม ห้วเราะบ้างก้อด่าส่งระบายอารมณ์ แต่นายไม่รู้เพราะไม่กล้ารายงานความจริงน่าจะมีข้อมูลในด้านอื่นอีกมากมายช่วยกันครับ สำรวจตัวเองดีกว่าแล้วที่บอกเอาเงินไปลงทุนที่อื่น มันอยู่นอก 88% จริงเหรอ เอาจริง หลายๆเม้นก็แขวะไปเรื่อยแล่ะ บัญชีที่สำรวจมาไม่น่าจะมีแต่บัญชีออมทรัพย์แค่นั้นน่ะ แล้วสำรวจตัวเองด้วยว่า หนี้บัตรเครดิตเท่าไรตอนนี้ วางแผนการเงินแค่ไหน มีการออมมั้ย และที่ว่าลงทุนลงทุนจริงมั้ย

ใครเค้าจะเก็บเงินไว้ในธนาคารคับ เค้าเอาไปลงทุนกันหมดแล้ว แปลงโอกาสให้เป็นวิกฤต แล้วแปลงวิกฤตให้เป็นหายนะ

มีผ่านบัญชี ผ่านมือเข้ามาทุกเดือนก็บุญโขแล้วคะท่านคะ อย่าถามหาเงินในบัญชีเลยคะ ดิฉันคนหาเช้ากินค่ำ จบคะ ( อยากเก็บนะเงินน่ะ แต่มันยากตรงค่าใช้จ่าย มันสูงกว่ารายรับ )

66 ล้านคนมีรายได้เข้าเกณฑ์เสียภาษีบุคคลธรรมดาไม่ถึง 6 ล้านคน เสียจริงๆไม่ถึง 1 ล้านคน ที่เหลือเสียภาษีทางอ้อมประเภทต่างๆ อย่าง Vat 7% ภาษีอื่นๆอีก 108 ถ้ารัฐทำสนับสนุน SME เพิ่มค่าแรงโดยลดภาระภาษีของผู้ประกอบการลง จะทำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น คนจะมีรายได้มากขึ้นเสียภาษีมากขึ้น ไม่มีคนจน ไม่ต้องมีสวัสดิการรัฐเพราะคนมีกำลังจากรายได้ที่สูงขึ้น เลี้ยงประชาชนให้ยากจน เค้าจะแต่จนใจรอเงินคนจนทุกเดือน เพิ่มราคาสินค้าเกษตร เพิ่มค่าแรง ลดภาษีนายจ้าง ผู้ประกอบการ ท่านตะได้ Vat กลับมานับแสนล้าน

จะมีได้งัยก็บังคับให้เปิดบัญชี เพื่อรับเงินเดือน ก็ไม่มีเงินเก็บเหมือนใครเขา พอเงินเข้าก็ต้องถอนออกมาใช้ เหลือติดบัญชีไม่ถึง 500 ร้อยแล้วจะเอาเงินมาจากไหน ใส่ในบัญชี ทางออกไม่มีก็มั่วๆๆส่งให้ผู้ใหญ่กันไปส่วนใครรวยใครจน สนใจไปเพื่ออะไร ถามใครได้

คนส่วนใหญ่ถือมากกว่า1บัญชี และอาจมีบัญชีเงินเก็บที่มากกว่า5หมื่นบาทบัญชีเดียวทำให้เรโชตามหัวข้อที่ว่ามาลดลง และ ในยุคปัจจุบันคนจะไม่ถือทรัพย์สินในรูปเงินอย่างเดียว หุ้น กองทุน ทอง อสังหา ไง

สะท้อนว่า 1.เป็นไปได้ว่าหนึ่งคนอาจมีหลายบัญชี 2.เป็นไปได้ว่าบางคนเก็บเงินไว้ทางอื่น 3.เป็นไปได้ว่าบางคนเก็บทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์ 4.เป็นไปได้ว่าบางคนเก็บเป็นทองมากกว่าเงิน 5.เป็นไปได้ว่ายังมีอีกหลายกรณีที่เราอาจจะยังไม่รู้ครับ .. เปิดกะลาออก มองโลกภายนอกให้ชัดเจน รู้จักวิเคราะห์ รู้จักวิจารณ์

อย่าบังอาจคิดถึงเงินที่จะฝากเลยเอาเป็นว่ารักษาชีวิตให้อยู่รอดตลอดเดือนก็บุญโขแล้ว มีเงินติดบัญชีอยู่หนิดหน่อยก็โดนหักค่ารักษาบัญชีเข้าไปอีก สงสัยต่อไปคงใส่ตุ่มฝังดินกันแล้ว

เห็นๆอยู่ ป ช ช คนหาเช้ากินค่ำกับมนุษย์เงินเดือนก็อยู่แบบนี้มาหลายปีแล้วจะสำรวจอะไรคนรวยแม่งก็รวยล้นฟ้าคนจนก็จะแย้งหมาแดกอยู่แล้วทำให้ขโมยกับโจรเยอะมากรัฐมาแหกตาดูด้วย

โดนย้อนหลัง 3 ปี ภาษี+เบี้ยปรับเงินเพิ่ม รวม 3แสน ทำเรื่องตั้งหนี้ ผ่อนจ่ายทุกเดือน สุดท้ายสรรพากร ส่งจดหมายไปธนาคารแจ้งอายัดเงินเก็บในบัญชี ธนาคารก็โครตดี ปิดบัญชีให้ด้วย ทั้งเงินเก็บ เงินลกูค้าโอนมาสั่งของ ลำบากมาก ตั้งแต่นั้น ไม่เก็บเงินกับธนาคารอีกเลย

ลืมอะไรไปป่ะเวลาเปลี่ยนงานส่วนใหญ่ก็ต้องเปลี่ยนบัญชีแล้วในปีๆหนึ่งเคยสำรวจป่าวว่ามีการเปิดบัญชีใช้รับเงินเดือนกี่คนกี่ครั้งกี่บัญชีแล้วคำถามสุดท้ายมีเท่าไหรถึงเรียกว่ารวย…

สะท้อนให้เห็นว่าการตลาดของธุรกิจไทยทำได้ดี เพราะกระตุ้นความอยากได้อยากมีให้เกิด ไม่มีเงินก็ผ่อนได้ ทุกวันนี้คนเป็นหนี้กันเยอะเพราะการกระตุ้นแบบนี้แหละ

รถบนถนนมากขึ้น บ้านโครงการต่างๆมาขึ้น คนขายเริ่มมากว่าคนซื้อ คงไม่แปลกใจกันนะว่าทำไมเงินในบัญชีน้อยงะ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา คนไทยต้องจ่ายเงินให้ซีพีเครือเดียว คนละ 15000 บาท แทนที่จะจ่ายให้กระจาย แบบไม่ผูกขาดทางการค้า

บัญชีมีเงินไม่ถึง 5 หมื่น 88% ไม่ได้แปลว่าคนไม่มีเงิน คนนึงอาจมี 6-7 บัญชี แล้วมีบัญชีหลักที่มีเงินเยอะ 1-2 บัญชีก็ได้ ที่เหลือเปิดไว้แค่โอนเข้าโอนออกเฉยๆ

สะท้อนอัตราความเหลื่อมล้ำของไทยเป็นตัวเลข และเป็นตัวเลขที่บอกว่ามีอัตราความเหลื่อมล้ำในไทยค่อนข้างมากครับ

คนมีเครดิต คือคนที่แบงค์ ปล่อยให้กู้ เอาเงินในอนาคตมาใช้ก่อน ส่วนเงินในบัญชีไว้แค่ผ่านพอให้แบงค์เห็นว่าเป็นลูกค้าที่มีเงินฝากแค่นั้น

ผมก็ไม่ฝากธนาคารคับ ผมไปลงทุนหุ้นแทน เพราะ ธนาคารให้ดอกน้อยมาก

คนฝากเงินเยอะๆเงินเฟ้อกินเรียบ เอาไปลงทุนอื่นๆ ฝากแบงนิดเดียวพอ

สะท้อนถึงค่านิยมใช้เงินเกินตัวไม่มีส่วนที่คิดจะเก็บไงครับไม่คิดก้าวทีละก้าวชอบใช้เงินอนาคต

ผมคนหนึ่งที่เงินในบัญชี ไม่ถึง แต่เงินไปอยู่ในหุ้น ในกองทุนหมดครับ ..

เพราะคนไม่มีตังใช้เงินเกินตัวไงครับ จะเอาที่ไหมมาอยู่ในบัญชี

ก้อไม่แปลกจบปอตรีมาเงินเดือนหมื่นห้าค่าครองชีพล้านแปดคนทำงานแรงงานไม่ต้องพูดถึงมีแดกถึงเดือนหน้าก้อดีแค่ไหนละ

เงินมันหายไปจากระบบ หายไปจากรากหญ้าไปอยู่กัยคนรวย เงินมันเลยไม่หมุนเวียน เศรษฐกิจองค์รวยเลยแย่

สมัยนี้..อย่าถามหาเงินเก็บ แค่พอผ่านไป แต่ละวัน ยังยากค่ะท่าน…

ไม่แปลก บางคนเอาไปลงไว้ในรูปแบบอื่น อย่าเอามาวัดแค่เงินในบัญชี

วัดจากบช.ธนาคารไม่ได้หรอกค่ะ คนรวยเค้าไม่เก็นเงินใน บช. ธนาคารหรอก

ทำมาหากินหาเช้ากินค่ำยุคนี้ จะเอาเงินส่วนไหนไปฝาก คิดจะฝาก ก็ต้องพัอมที่จะอดคิด

มันไม่ง่ายเลยที่จะ รักษาเงินในบัญชี ในเหลือถึงสิ้นเดือน

ดอกเบี้ยเท่าหางอึ่ง ใครจะเอาใส่ในบัญชีกัน

ในบัญชีธนาคาร เงินผมมีไม่ถึง 50,000 นะ แต่ในพอร์ตหุ้น มีเยอะอยู่นะ ใครจะอยากเก็บเงินไว้ใน ธนาคาร ในเมื่อดอกเบี้ย ต่ำ แบบนี้

อ่านความเห็นทั้งหมด >>> [คลิก]
อ่านข่าวอื่น >>> [คลิก]
ดูรายการเที่ยงวันทันกระแส >>> [คลิก]

แสดงความคิดเห็น