Breaking NewsKnowledgeNewsSME NewsTrend

เทรนด์การทำธุรกิจร้านอาหารของสหรัฐฯ ในปี 2561

ธุรกิจร้านอาหาร
แชร์

บทความจาก สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก

ธุรกิจร้านอาหาร ภัตตาคารในสหรัฐฯขนะนี้พบว่ามีมากกว่า 1 ล้านแห่ง ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยอดขายของธุรกิจบริการอาหาร (คาดการณ์ปี 2560) มีมูลค่า 798.7 พันล้านเหรียญ หรือคิดเป็น  4% ของ GDP ทั้งหมดในประเทศ โดยธุรกิจร้านอาหารมีการจ้างงานกว่า 14.7 ล้านคน หรือคิดเป็น 10% ของตลาดแรงงาน และคาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็นทั้งหมด 16.3 ล้านคน ภายในปี 2570 นอกจากนั้น ทุกๆ 1 ดอลล่าร์ ที่ผู้บริโภคใช้จ่าย ยังคิดเป็นส่วนแบ่งของธุรกิจ ร้านอาหารกว่า 48% (ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 25% ในปี 2498)

โดยสมาคม National Restaurant Association (NRA) ได้จัดทำการสำรวจความเห็นแนวโน้มอาหารสำหรับปี 2561 กับพ่อครัวระดับมืออาชีพ 700 รายที่เป็นสมาชิกสมาคม The American Culinary Federation (ACF) ซึ่งสมาคมฯ ได้นำผลการสำรวจ มาประมวลและจัดอันดับแนวโน้มอาหาร เครื่องดื่ม รสชาติและคอนเซ็ปท์ร้านอาหารใน ปี 2561 ดังนี้

แนวโน้มอาหารที่จะมาแรงในปี 2561

  1. การใช้เนื้อวัวจากส่วนใหม่ๆ เนื้อส่วน shoulder tender, oyster steak, Vegas Strip Steak
  2. การใช้เครื่องปรุงรสที่ทำขึ้นเอง (Sriracha Ketchup, vinegar aioli)
  3. เมนูอาหารข้างทาง Street Food (เทมปุระ, kabobs, dumpling, pupusas)
  4. เมนูอาหารเช้าแบบ Street Food (Chorizo scrambled eggs, coconut milk pancakes)
  5. การใช้อาหารทะเลแบบยั่งยืน เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
  6. เมนูอาหารสุขภาพเด็ก (Whole Grains, ผัก, ผลไม้)
  7. เมนูใช้ผักแทนคาร์โบไฮเครต แทนเส้นพาสต้า ขนมปัง ข้าว (cauliflower rice, zucchini spaghetti)
  8. การใช้สมุนไพรที่ฉีกแนว เพื่อให้รสชาติโดดเด่น (chervil, lovage, lemon balm, papalo)
  9. เมนูอาหารขึ้นชื่อของครัวชาติอื่นๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลองลิ้มรส รสชาติของครัวนานาชาติ
  10. สมุนไพรต่างชาติ ซึ่งกลุ่มผู้บริโภครุ่นหนุ่มสาวจะชอบ ทดลองลิ้มรสสมุนไพรต่างขาติ (curry, harrisa, peri peri, ras el hanout, shichimi)
  11. เมนูครัวอาหารเปรู
  12. แตงกวาดองทำเอง
  13. เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ
  14. ไอศครีมม้วนของไทย (Thai-rolled ice cream)
  15. รสชาติอาหารสไตล์แอฟริกา
  16. เมนูอาหารต่างชาติสำหรับเด็ก (Taco, Teriyaki, Sushi)
  17. โดนัทไส้ฉีกแนว (Earl Grey Cream, Liqueur)
  18. เมนูอาหาร Gourmet สำหรับอาหารเด็ก
  19. เครื่องปรุงต่างๆ ของครัวต่างชาติ
  20. ธัญพืชโบราณ (Ancient Grains)

รสชาติอาหารต่างชาติที่จะมาแรงในปี 2561

  • Authentic Ethnic Cuisine
  • Peruvian Cuisine
  • African Flavors
  • Filipino Cuisine
  • Ethnic Fusion Cuisine

อาหารจานเด่นที่จะมาแรงในปี 2561

  • อาหารข้างทาง Street Food
  • เมนูใช้ผักทดแทนคาร์โบไฮเดรต
  • เมนูจานแฮม /Charcuterie ทำขึ้นเอง
  • เมนูอาหารทะเล Seafood Charcuterie
  • เมนูเรียกน้าย่อย Amuse-bouche/ bite-size

คอนเซ็ปท์ร้านอาหารในปี 2561

  • Fast-Casual
  • การลดปริมาณเศษอาหาร
  • เมนูอาหารชุด
  • เมนูอาหารจานเล็ก
  • การใช้บริการบริษัท/ครัว/ที่ให้บริการปรุงอาหารและจัดส่งอาหาร (Commissaries)

คอนเซ็ปท์การปรุงอาหารในปี 2561

  • วัตถุดิบจากสวนครัวของร้าน
  • เมนูเพื่อสุขภาพ (Clean Menu)
  • เน้นการใช้ผัก
  • การใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • การใช้เนื้อและอาหารทะเลที่มีในท้องถิ่น

ธุรกิจร้านอาหารในสหรัฐฯ เดินหน้าไปตามเทรนด์ตลาดและความต้องการของผู้บริโภค แม้แต่ร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ เช่น McDonald ยังต้องปรับเมนู การนำเสนออาหารนอกเหนือไปจากแฮมเบอร์เกอร์ รวมทั้งประยุกต์อาหารที่ได้รับความนิยมเข้ากับเมนูของร้าน อีกทั้งการนำเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการ

ปัจจุบันตลาดภัตตาคาร ร้านอาหารในสหรัฐฯ มีการแข่งขันสูง เนื่องจากเป็นตลาดที่มีความหลากหลายและมีร้านอาหารจากต่างชาติจำนวนมาก ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย ผู้บริโภคสามารถเลือกรับประทานอาหารหลากรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นครัวเม็กซิกัน อิตาลี กรีก เยอรมัน ฝรั่งเศส เมดิเตอเรเนียน เปรู จีน เวียดนาม เกาหลี ญี่ปุ่น เนปาล ฟิลิปปินส์ ไทย หรือแม้แต่ร้านอาหารเอธิโอเปีย ฯลฯ

ธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันจะต้องตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการอาหารที่มีคุณภาพดี รสชาติดี และมีความหลากหลายของอาหาร ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่าง ประกอบการร้านอาหารจำเป็นจะต้องติดตามแนวโน้มตลาด เพื่อนำไปปรับกลยุทธ์ในด้านการบริหารจัดการ รูปแบบเมนูอาหาร ราคาอาหาร การบริการให้เข้ากับสถานการณ์การแข่งขัน เพื่อเข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมไปถึงการให้ส่วนลด การจัดโปรโมชั่นต่างๆ และการใช้ social media ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อให้เข้าถึงลูกค้า

เกี่ยวกับ NRA

สมาคม National Restaurant Association (NRA) www.restaurant.org ตั้งอยู่ ณ กรุงวอชิงตันดีซี เป็นองค์กรธุรกิจบริการอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ให้การสนับสนุนและให้บริการธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหารมากกว่า 500,000 แห่ง โดยทำงานร่วมกับสมาคมร้านอาหารในแต่ละมลรัฐ สมาคมฯ ให้บริการด้านองค์ความรู้และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยด้านอาหารโภชนาการ อีกทั้งเป็นผู้จัดงานแสดงสินค้า NRA Restaurant Show ซึ่งเป็นงานที่สำคัญที่สุดของของธุรกิจบริการอาหาร โดยงานฯ ในปี 2561 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 22 พฤษภาคม 2561 และสมาพันธ์ The American Culinary Federation: ACF www.acfchefs.org ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก มีสมาชิกมากกว่า 17,500 รายทั่วสหรัฐฯ ให้บริการด้านการฝึกอบรมการปรุงอาหาร การศึกษา และ การออกประกาศนียบัตร

อ่านเรื่อง: เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มโลก ที่คาดว่าจะมาแรงที่สุดในปี 2018

แสดงความคิดเห็น