NewsSME Newsข่าว

ครม. เห็นชอบอนุมัติงบ 1.56 หมื่นล้านช่วยเหลือเกษตรกรไร่อ้อย

ครม.
แชร์

ครม. เห็นชอบอนุมัติงบ 1.56 หมื่นล้านช่วยเหลือเกษตรกรไร่อ้อย แบ่งงบเป็น 2 ส่วน ช่วยเหลือสำหรับซื้อปัจจัยการผลิตจากรัฐบาล วงเงิน 6.5 พันล้านบาท และเงินกองทุนอ้อยอีก 9.1 พันล้านบาท

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต หลังจากคาดการณ์ราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูกาลผลิตปี 2561/62 อยู่ที่ประมาณ 680 บาท/ตันอ้อย ราคาดังกล่าวต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.1 พันบาท/ตันอ้อย ทำให้จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยในด้านปัจจัยการผลิตที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน

โดยจะร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีวงเงินดำเนินการรวมทั้งสิ้น 1.56 หมื่นล้านบาท แบ่งความช่วยเหลือออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  1. เงินช่วยเหลือสำหรับซื้อปัจจัยการผลิตจากรัฐบาล วงเงิน 6.5 พันล้านบาท (งบกลาง) กำหนดไม่เกิน 50 บาท/ตันอ้อย พร้อมทั้งกำหนดปริมาณตันอ้อยสูงสุดที่จะได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกินรายละ 5 พันตันอ้อย คิดเป็นวงเงินสูงสุดรายละไม่เกิน 2.5 แสนบาท ซึ่ง ธ.ก.ส. จะโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีของชาวไร่อ้อยคู่สัญญาของแต่ละโรงงานโดยตรง
  2. จะใช้กลไกของกองทุนอ้อยและน้ำตาล โดยโรงงานน้ำตาลจะสำรองจ่ายเพิ่มเติม จำนวน 70 บาท/ตันอ้อย ในราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 2561/62 แก่ชาวไร่อ้อย รวมเป็น 120 บาท/ตันอ้อย โดยในส่วนนี้ใช้เงินจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย จำนวน 9.1 พันล้านบาท ที่ได้จากหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดเก็บเงินจากการจำหน่ายน้ำตาลทรายภายในประเทศ

ความช่วยเหลือทั้ง 2 ส่วน จะทำให้ชาวไร่อ้อยได้รับราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูกาลผลิตปี 2561/62 ที่ราคาประมาณ 800 บาท/ตันอ้อย และเมื่อรวมกับค่าส่วนเพิ่มจากคุณภาพอ้อยที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย เกษตรกรชาวไร่อ้อยจะได้รับราคาอ้อยประมาณ 880-900 บาท/ตันอ้อย ที่ค่าความหวานเฉลี่ยประมาณ 12.35 ซี.ซี.เอส ซึ่งจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือนร้อนแก่ชาวไร่อ่อยอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่จะเข้าร่วมโครงการต้องขึ้นทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อยกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และเป็นคู่สัญญากับโรงงาน หรือมีการส่งอ้อยผ่านหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อยที่จดทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 โดยมีเป้าหมายการให้ความช่วยเหลือทั้งสิ้น 3.4 แสนราย โดยจะเริ่มโครงการตั้งแต่ พ.ย. 2561- เม.ย. 2562

“เกษตรกรชาวไร่อ้อยโดยเฉพาะรายเล็ก จะสามารถเข้าถึงปัจจัยด้านการผลิตที่จำเป็นและมีผลตอบแทนที่เพียงพอ สำหรับนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพและแก้ไขปัญหาโรคและแมลงศัตรูอ้อยต่างๆ รวมทั้งด้านการเพาะปลูกและรักษาอ้อย และยังเป็นการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการปรับโครงสร้างระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทั้งระบบ ซึ่งระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านในช่วง 2 ปีแรก คือ ฤดูกาลผลิตปี 2560/61 และปี 2561/62 จนกว่าระบบใหม่จะมีเสถียรภาพ

ข่าวอื่นๆ คลิก

แสดงความคิดเห็น