SME News

ภาษีลาภลอย หลังจากได้ประโยชน์จากรัฐ ใครบ้างต้องเสีย!

ภาษีลาภลอย
แชร์

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติอนุมัติในหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ. หรือ ภาษีลาภลอย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

เนื่องจากที่ผ่านมามีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ทำให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่รัฐไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดิน ดังนั้นร่าง พ.ร.บ. นี้ต้องการสร้างความเป็นธรรมระหว่างผู้ได้รับประโยชน์กับรัฐที่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และรายได้จากภาษีตรงนี้ทำให้รัฐสามารถนำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมได้

ส่วนสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. คือ โครงการที่อยู่ในข่ายจัดเก็บภาษี อาทิ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รถไฟทางคู่ สนามบิน ท่าเรือ ทางด่วน และโครงการที่กำหนดในกฎกระทรวง ส่วนผู้ที่เสียภาษีเป็นบุคคลคนธรรมดา และ นิติบุคคลที่ครอบครองที่ดิน มีห้องชุดมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท แบ่งช่วงเวลาเก็บภาษี 2 ช่วง

วันที่รัฐเริ่มโครงการจนแล้วเสร็จ จะเก็บภาษีตามรัศมี 5 กม. รอบโครงการเมื่อโครงการเสร็จจะเก็บจากที่มูลค่าที่ห้องชุดมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ ส่วนที่ดินที่เป็นที่พักอาศัย และ เกษตรกรรมจะได้รับการยกเว้น รวมถึงอาคารชุดที่ยังไม่ได้จำหน่าย

ทั้งนี้ หากเป็นช่วงที่โครงการยังไม่เสร็จกรมที่ดินจะเป็นผู้เก็บภาษี เมื่อโครงการเสร็จแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะเป็นผู้ทำหน้าที่เก็บแล้วส่งรายได้ให้กับแผ่นดินส่วนการกำหนดเพดานการจัดเก็บจะไม่เกิน 5% ของฐานภาษี หรือ ส่วนต่างของมูลค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้นนับจากวันที่รัฐเริ่มก่อสร้างหรือนับจากวันที่ พ.ร.บ. บังคับใช้

จากการประเมินราคาของโดยกรมธนารักษ์ หลังจากนี้จะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจรายละเอียด และ ส่งเข้าพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่ากฎหมายจะออกมาบังคับใช้ได้เมื่อใด

ข่าวอื่นๆ >>> คลิก

แสดงความคิดเห็น