Newsข่าว

ขสมก. ชะลอปรับขึ้นค่าโดยสารรถปรับอากาศรุ่นใหม่

แชร์

นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 61 เป็นต้นไป ทาง ขสมก. จะเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่กับรถโดยสารปรับอากาศชานต่ำใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 100 คัน ทั้งนี้ ราคาค่าโดยสารใหม่ของรถโดยสารรถปรับอากาศรุ่นใหม่ เป็นไปตามมติที่ประชุมบอร์ด ขสมก. ที่เห็นชอบตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ที่ให้ ขสมก. ปรับอัตราค่าโดยสารรถปรับอากาศรุ่นใหม่ ทั้งรถโดยสารที่นำเข้ามาวิ่งให้บริการแล้ว และรถโดยสารที่กำลังทยอยเข้ามาเพิ่มในอนาคต เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการดังกล่าว ซึ่งรถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ที่ ขสมก. นำมาวิ่งให้บริการประชาชน เป็นรถโดยสารชานต่ำ (Low Floor) มีการออกแบบในลักษณะ Universal Design พร้อมติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้แก่ กล้อง CCTV, ระบบ GPS, ทางลาดสำหรับเข็นรถวีลแชร์ เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการทุกประเภท ทั้งคนพิการและผู้สูงอายุสามารถใช้บริการรถโดยสารได้อย่างสะดวกปลอดภัย

โดยปัจจุบันรถโดยสารดังกล่าววิ่งให้บริการในสาย 20, 21, 37, 105, 138 และสาย 140 และส่วนรถโดยสารเก่าทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ยังคงใช้อัตราค่าโดยสารราคาเดิม ซึ่งค่าโดยสารที่ปรับจะเพิ่มจากเดิม 2 บาท/คน/เที่ยว จากราคาเดิมที่มีการจัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา 11-23 บาท เป็นการจัดเก็บค่าโดยสารที่ 13-25 บาท

ล่าสุด มีประกาศออกมาว่า ขอชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารก่อน เนื่องจากการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถปรับอากาศรุ่นใหม่จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางอีกครั้ง ด้าน นายประยูร กล่าวว่า แม้ว่าเมื่อ ก.พ. ปี 58 มติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง กำหนดให้รถโดยสารปรับอากาศ (รถเมล์แอร์) ที่วิ่งให้บริการประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา13-25 บาทก็ตาม อย่างไรก็ตามรถโดยสารเก่าทั้งรถธรรมดา (รถเมล์ร้อน) และรถเมล์แอร์ ขสมก. ยังคงใช้อัตราค่าโดยสารราคาเดิม คือ รถเมล์ร้อน ค่าโดยสาร 6.50 บาทตลอดสาย รถเมล์แอร์ครีม-น้ำเงิน 10-18 บาทตามระยะทาง และรถเมล์แอร์ยูโรทู สีส้ม-เหลือง 11-23 บาทตามระยะทาง

แสดงความคิดเห็น